แชมป์นักเต้น!! เขต กทม.และปริมณฑล จากเวทีการแข่งขัน… TO BE NUMBER ONE TEEN DANCERCISE THAILAND CHAMPIONSHIP 2020

แชมป์นักเต้น!! เขต กทม.และปริมณฑล จากเวทีการแข่งขัน… TO BE NUMBER ONE TEEN DANCERCISE THAILAND CHAMPIONSHIP 2020

 

           เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ กรุงเทพมหานคร        นายแพทย์ชิโนรส  ลี้สวัสดิ์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต ในฐานะผู้แทนเลขานุการโครงการ TO BE NUMBERONE กล่าวในการแข่งขัน    TO BE NUMBER ONE TEEN DANCERCISE THAILAND CHAMPIONSHIP 2020 รอบชิงชนะเลิศเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลว่ากรมสุขภาพจิตในฐานะเลขานุการโครงการ TO BE NUMBER ONE ได้ดำเนินงานสนองพระดำริของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา  สิริวัฒนาพรรณวดี องค์ประธานโครงการ ที่ทรงให้พัฒนาเยาวชนโดยผ่านกิจกรรม เพราะทรงเห็นว่ากิจกรรมจะช่วยให้เยาวชนมีสังคมที่ดี ได้รับประสบการณ์ที่ดี มีโอกาสได้แสดงศักยภาพและเห็นคุณค่าในตนเอง ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ซึ่งจะเป็นภูมิคุ้มกันจิตใจในการดำเนินชีวิต               ไม่เฉพาะคุ้มกันให้ห่างไกล  จากยาเสพติดเท่านั้น แต่รวมถึงภูมิคุ้มกันจากปัญหาสังคมอื่นๆด้วย

         TO BE NUMBER ONE TEEN DANCERCISE เป็นหนึ่งในหลายกิจกรรมภายใต้โครงการ TO BE NUMBER ONE ที่สนองแนวพระดำริซึ่งจัดอย่างต่อเนื่องมากว่า 17 ปีและประสบความสำเร็จอย่างสูง  มีเยาวชนจากทั่วประเทศสนใจและเข้าร่วมเพิ่มมากขึ้นทุกปี เป็นการสร้างพลังของคนรุ่นใหม่ ให้ใช้เวลาว่างในทางสร้างสรรค์ พัฒนาทักษะทางสังคม และส่งเสริมการออกกำลังกายด้วยการเต้นที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ รวมทั้งช่วยพัฒนาทักษะการเต้นให้เก่งขึ้น มีความมั่นใจมากขึ้น ซึ่งมีตัวอย่างที่บางทีมสามารถเข้าร่วมแข่งขันในเวทีระดับโลกสร้างความภาคภูมิใจและชื่อเสียงให้กับประเทศมาแล้ว               

             ในขณะที่นายแพทย์ชวินทร์ ศิรินาค  ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร  กล่าวว่ากรุงเทพมหานครยินดีต้อนรับสมาชิก TO BE NUMBER ONE  ผู้มีความสามารถและมีใจรักการเต้นและมุ่งมั่น สู่ความเป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติดสู่การแข่งขัน TO BE NUMBER ONE TEEN DANCERCISE THAILAND CHAMPIONSHIP 2020 รอบชิงชนะเลิศเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล กิจกรรมครั้งนี้เป็นการเปิดเวทีให้สมาชิกเยาวชนของเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้มารวมตัวแสดงพลัง ร่วมทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์ในสิ่งที่ชื่นชอบเหมือนๆกัน สร้างให้เกิดความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา มีความมุ่งมั่นไปสู่ความสำเร็จ แม้ผลการแข่งขันในวันนี้จะมีทีมที่สมหวังก็ขอแสดงความยินดีด้วย บางทีมที่ผิดหวังเป็นเรื่องธรรมดาของการแข่งขัน ก็ขอให้มีความพยายามฝึกฝนพัฒนาต่อไป เหนือสิ่งอื่นใดที่ทุกคนจะได้รับนั้นคือความทรงจำและมิตรภาพที่ดีจากเพื่อนใหม่ที่มาจากหลายจังหวัด ประสบการณ์ที่พิเศษจากการได้มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้

              ด้านหม่อมหลวงยุพดี ศิริวรรณ เลขาธิการมูลนิธิและที่ปรึกษาโครงการ TO BE NUMBER ONE  กล่าวว่าการแข่งขัน TO BE NUMBER ONE TEEN DANCERCISE THAILAND  CHAMPIONSHIP 2020 รอบชิงชนะเลิศเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เป็นภาคที่ 5 และเป็นภาคสุดท้ายของการแข่งขันในปีนี้ มีทีมเข้าร่วมแข่งขันทั้งสิ้น 36 ทีม ผลการแข่งขัน “รุ่น Juniorชนะเลิศอันดับที่ 1 ทีมศูนย์เยาวชนคลองกุ่ม ทีมอิสระ ศูนย์เยาวชนคลองกุ่ม ,อันดับที่ 2 ทีม  What ‘ Upทีมอิสระ รร.เยาวลักษณ์วิทยา ธนบุรี ,อันดับที่ 3  ทีมหวานเจี๊ยบ ทีมอิสระ, รางวัลชมเชยทีม My Angels สสจ.สมุทรสาคร รร.วัดราษฎร์รังสรรค์ และทีม JEDRIEW KIDS สสจ.สมุทรสาคร รร.วัดเจ็ดริ้ว/       “รุ่น Pre-Teenageชนะเลิศลำดับที่1ทีม The Kidz  ทีมอิสระ ,อันดับที่ 2 ทีม Double ‘ s Junior  ทีมอิสระ ศูนย์เยาวชนคลองกุ่ม, อันดับที่ ทีม BABY MONSTER  ทีมอิสระ สถาบันสอนเต้น Next Step Studio,รางวัลชมเชย ทีม Star Dance Crew ทีมอิสระและทีม โซ-นยอ  ทีมอิสระ/  “รุ่นTeenageชนะเลิศอันดับที่1ทีม The Awesome Zoo Thailand  ทีมอิสระ ,อันดับที่ ทีม HARMONIZE  ทีมอิสระ              มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต, อันดับที่ 3 ทีม REBORNทีมอิสระ  World Star Academy และทีม Double  S ทีมอิสระ ศูนย์เยาวชนคลองกุ่ม,รางวัลชมเชยทีม UPPERHAND Young Blood  ทีมอิสระ UPPERHAND STUDIO

              “ในภาพรวมวันนี้ขอชื่นชมว่าทุกทีมเต้นได้ดีหมด มีหลายทีมที่พัฒนาขึ้นมาก แบบก้าวกระโดด คณะกรรมการจึงต้องตัดสินด้วยการหาจุดอ่อนของแต่ละทีมเพื่อหักคะแนน  เรื่องสำคัญที่เน้นคือการโชว์ต้องออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด การโชว์หน้าเวทีที่แบ่งผู้เต้นเป็นกลุ่มๆ กลุ่มที่เหลือไปรออยู่ข้างเวทีแล้วค่อยวิ่งเข้ามา คณะกรรมการเห็นตรงกันว่าทำให้การโชว์ดูไม่สมบูรณ์ ออกแบบได้ไม่เต็มที่ ดูเหมือนเหนื่อยหรือต้องการพักและดูไม่พร้อม จึงขอฝากครูที่ออกแบบท่าเต้นไปปรับตรงจุดนี้ เพราะเวลาที่คณะกรรมการจะเลือกทีมไหนให้ชนะจะพิจารณาจากจุดอ่อนตรงนี้ด้วย ส่วนทีมที่ไม่ได้ไปต่อในระดับประเทศก็อย่าเสียใจ ขอให้กลับไปพัฒนาตัวเองแล้วกลับมาสู้กันใหม่ในปีต่อไป ขอให้ทุกคนจงภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ TO BE NUMBER ONE ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นคนดี คิดดี ทำดี มีความประพฤติที่ดีและห่างไกลยาเสพติด

                 นางสาวศิราณี ทองภูธร “ครูศิ” ครูสอนเต้นทีมศูนย์เยาวชนคลองกุ่ม 2 รุ่น Pre-Teenage และทีม Double S ทีมอิสระ ศูนย์เยาวชนคลองกุ่ม ทีมชนะเลิศอันดับที่ 3 รุ่นTeenage เล่าว่าศูนย์เยาวชนคลองกลุ่มเปิดสอนเต้นให้กับเด็กๆมากว่า 13 ปี เป็นการสอนฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ปัจจุบันเรามีเด็กที่เป็นสมาชิกประมาณ 100 คน ทุกคนล้วนเป็นเด็กที่รักในการเต้น เมื่อเราดึงน้องๆเข้ามาร่วมกิจกรรมตรงนี้หลังจากบอกว่า เรียนเต้นแล้ว ครูจะพาไปแข่งทูบี”  สิ่งที่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน คือเด็กๆจะมีกำลังใจ เพราะเขาอยากมาเวทีนี้ จึงทำให้เข้าตั้งใจที่จะเรียนเต้นมากขึ้น อย่างเช่นน้องข้าวหอม เริ่มแรกเขาไม่ได้ตั้งใจเต้น ติดโทรศัพท์มือถือ แต่หลังจากที่พาน้องไปแข่งเต้นกลับมาน้องเปลี่ยนไปมาก ตั้งใจฝึกซ้อมมากขึ้น การเต้นช่วยดึงน้องจากมือถือได้ กลายเป็นรักการเต้นมากกว่า ซึ่งครูอยากให้มีพื้นที่แบบนี้มากๆ อยากเปิดโอกาสให้เด็กๆได้ทำในสิ่งที่ตนเองชอบและรัก เพื่อจะได้ไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดหรือสิ่งไม่ดีต่างๆ

                 นายกฤษกร ทวีศิลปิ์ “โก้” หัวหน้าทีม The Awesome Zoo Thailand ทีมชนะเลิศอันดับที่ 1 รุ่น Teenage             เล่าว่าพวกเราเป็นทีมชายล้วนท่าเต้นที่ออกแบบมา จึงเน้นโชว์ความเป็นชายในรูปแบบบอยแบนด์ ยุคเก่า ดูเท่ห์ ดูหล่อและแข็งแรง สมาชิกในทีมของพวกเราส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย ที่ได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งหลังจากที่ห่างหายจากเวทีเต้นไปหลายปี ด้วยความที่พวกเราเป็นลูกหลานและเป็นผลผลิตของ TO BE NUMBER ONE จึงรู้สึกผูกพันและอยากจะกลับมาพิสูจน์ตัวเองบนเวทีนี้อีกครั้ง โดยใช้เวลาช่วงเสาร์อาทิตย์และหลังเลิกเรียนรวมตัวกันฝึกซ้อมเต้น  เวทีการเต้นของ TO BE NUMBER ONE เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้กับเยาวชนทุกคนได้เข้ามาพิสูจน์ความสามารถของตัวเอง เป็นเวทีที่เปิดให้มีการแข่งขันกันมาอย่างต่อเนื่องยาวนานมากกว่า 10ปี ไม่ได้หายไปเหมือนรายการอื่นๆที่เราไปแข่งขันแล้วอาจไม่ชนะ ไม่เข้ารอบ เมื่ออยากกลับไปแก้ตัวใหม่ ก็ไม่มีโอกาสเพราะเลิกจัดการแข่งขันไปแล้ว                                                ขอขอบคุณทูลกระหม่อม ที่ได้ทำโครงการดีๆแบบนี้ให้พวกเราและขอให้ท่านได้ทำโครงการแบบนี้ต่อไปเพื่อพวกเราทุกคน พวกเรารักทูลกระหม่อมครับ

                   นายวิชชนันนท์ ร่มโพธิ์ “วิชชี่”หัวหน้าทีม HARMONIZE ทีมชนะเลิศอันดบที่ 2 รุ่น Teenage                            เล่าว่าเนื่องจากปีนี้เปิดโอกาสให้ใช้ธีมการเต้นแบบอิสระ ทางทีมของพวกเราจึงคิดแนวทางที่ฉีกออกไปโดยการออกแบบท่าเต้นที่มีความคิดสร้างสรรค์ แล้วเลือกใช้ดนตรีที่มีเสียงเดียวหลายเพลงคือไวโอลินซึ่งเป็นเครื่องดนตรีที่ดูคลาสสิค มีความหรู ความแพง นำมาผสมผสานและประกอบในการเต้น เหมือนคนดูกำลังชมการแสดงอยู่ในฮอลล์ที่มีการแสดงวงออเครสต้า ซึ่งเป็นจุดเด่นของทีม HARMONIZE ที่ใช้สู้กับทีมอื่นๆ ได้

               ตนเองเป็นนักเต้นของ TO BE NUMBER ONE มาตั้งแต่รุ่น Junior , Pre-Teenage  จนมาถึงรุ่น Teenage มองว่าจุดเด่นของ TO BE NUMBER ONE TEEN DANCERCISE คือ การสร้างเด็กที่ไม่ต้องไปต่อสู้ดุเดือดกับใคร แต่เป็นการสร้างเด็กที่สามารถเป็นต้นแบบให้กับคนอื่นๆได้ เช่นเดียวกับตนเองที่เวลาย้อนกลับไปมองรุ่นน้องๆที่โรงเรียนเก่า น้องๆจะรู้ว่าพี่คนนี้เป็นต้นแบบของพวกเขา เหมือนกับที่ TO BE NUMBER ONE บอกเราว่า “เลขหนึ่ง”ไม่ใช่เป็นที่หนึ่งอย่างเดียว ไม่จำเป็นว่าเราต้องชนะทั้งหมด แต่เราสามารถที่จะเป็นแรงบันดาลใจเป็นต้นแบบที่ดีให้กับคนอื่นๆได้     

            “อยากขอบคุณทูลกระหม่อม ที่พระองค์ท่านทรงมองเห็นและให้โอกาสเด็กๆทุกแขนง ทุกชนชั้น ทุกฐานะ ให้เรามาอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นหนึ่ง ให้เราได้แสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ ให้มีเวทีที่เป็นของคนไทย นี่เป็นเวทีที่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เด็กทุกคนได้เดินไปสู่สิ่งที่ดีขึ้นไปสู่การเต้นในเวทีระดับสากลได้ อยากให้เวทีนี้เป็นเวทีที่ส่งเสริมเด็กไทยให้มีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น”

           เด็กหญิงณิชนันทน์ ขันทะเสน “น้องปาย” ทีม Double’s Junior ทีมชนะเลิศอันอับที่ 2 รุ่น Pre-Teenage                      บอกว่าตนเองชอบการเต้นมาตั้งแต่เด็ก เริ่มเต้นมาตั้งแต่อายุ 6 ขวบ จนถึงตอนนี้อายุ 11 ปีเพราะคิดว่าการเต้นมีประโยชน์ทำให้เรามีสุขภาพดี มีร่างกายที่แข็งแรง ช่วยให้บุคลิกภาพดีขึ้น ฝึกให้มีสมาธิและจดจำการเรียนได้ดีขึ้น ตนเองแบ่งเวลาในการเต้นโดยไม่กระทบกับการเรียน พยายามฝึกฝนทั้ง 2 อย่างควบคู่กันไป ทั้งซ้อมเต้นและการแบ่งเวลาอ่านหนังสือ ผลการเรียนจึงไม่ตกได้เกรด 4 มาตลอด คุณพ่อคุณแม่ก็คอยสนับสนุน

          เด็กหญิงพิมพ์นารี กลับน้อย “น้องเพชรพลอย”  ทีม Double’s Junior ทีมชนะเลิศอันอับที่ 2 รุ่น Pre-Teenage            บอกว่า ชอบการเต้นเพราะได้ออกกำลังกาย และได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ตนเองแบ่งเวลาในการเรียนและเต้นโดยตอนเช้าจะไปเรียนและตอนเย็นหลังเลิกเรียนก็มาซ้อมเต้นและกลับไปทบทวนท่าต่อที่บ้าน เมื่อฝึกเสร็จก็จะอ่านหนังสือต่อ การเต้นของ TO BE NUMBER ONE ช่วยให้เรามีบุคลิกภาพดีขึ้น แข็งแรงและได้แต่งตัวสวยงาม เป็นเวทีที่ทำให้เรากล้าแสดงออก จึงอยากชวนเพื่อนๆมาร่วมกิจกรรมนี้ด้วยกัน