มาแน่ กรมอุตุฯ เตือนรับมือ พายุ “ดีเปรสชัน” กระทบไทย 18-19 ก.ย.นี้

มาแน่ กรมอุตุฯ เตือนรับมือ พายุ “ดีเปรสชัน” กระทบไทย 18-19 ก.ย.นี้

กอนช.เผยระหว่างนี้ 16-20 ก.ย. รับมือน้ำหลากดินถล่มจากร่องมรสุม ก่อนพายุเติมส่งท้าย เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน ดินโคลนถล่ม น้ำป่าไหลหลาก

 

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำหลากดินถล่ม ช่วงวันที่ 16 – 20 ก.ย.2563 ตามที่ กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์สภาพอากาศ ในช่วงวันที่ 16 – 17 ก.ย. 63 ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านตอนบนของภาคเหนือ และประเทศลาว จะทำให้ประเทศไทยตอนบน มีฝนลดลง

ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคตะวันออกและภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนัก ขณะนี้มีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกจะเคลื่อนผ่านประเทศฟิลิปปินส์ลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนกลาง และจะทวีกาลังแรงขึ้นเป็นพายุดีเปรสชันในระยะต่อไป

 

คาดว่า ในช่วงวันที่ 18 – 19 ก.ย. 63 พายุดังกล่าวจะเคลื่อนตัวเข้าใกล้อ่าวตังเกี๋ยและชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน ส่งผลทาให้บริเวณประเทศไทยตอนบน มีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก


 

จากการประเมินปริมาณฝนคาดการณ์ จากแผนที่ฝน ONEMAP พื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังภัยดินถล่มและน้าป่าไหลหลาก ของ กรมทรัพยากรธรณี พบว่ามีพื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ ดังนี้

 

1. ช่วงวันที่ 16-17  ก.ย. 63 เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม บริเวณที่ลาดชันเชิงเขา จ.พะเยา น่าน เชียงใหม่ ตาก กาญจนบุรี ตราด ระนอง พังงา ตรัง และนครศรีธรรมราช

 

2. ช่วงวันที่ 18-20 ก.ย. 63 เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และล้นตลิ่ง บริเวณที่ลุ่มต่ำริมลำน้ำ แม่น้ำยม แม่น้ำน่าน แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำสงคราม ลำน้ำยัง แม่น้ำมูล และน้ำท่วมขัง บริเวณ จ.พิษณุโลก น่าน อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา ร้อยเอ็ด ยโสธร กาฬสินธุ์ และ อุบลราชธานี

จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการติดตาม เฝ้าระวัง สภาพอากาศ สถานการณ์น้ำ อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมขังซ้ำซาก และมีสิ่งกีดขวางทางระบายน้ำ และแนวคันป้องกันน้ำท่วมที่ชำรุดเสื่อมสภาพ

 

รวมทั้งประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำ และแจ้งเตือนล่วงหน้าให้ประชาชนเตรียมพร้อมในการอพยพได้ทันท่วงที หากเกิดสถานการณ์ให้ปรับแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ รวมทั้งเตรียมพื้นที่ ลุ่มต่ำเพื่อเป็นแก้มลิงในการหน่วงน้ำและรองรับน้ำหลาก พร้อมเตรียมความพร้อมแผนเชิญเหตุรับมืออุทกภัย บุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ เพื่อบูรณาการให้ความ ช่วยเหลือ และบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน